บทที่ 7 คู่อริคุณไงคือพ่อเด็ก จำไม่ได้หรอ!
“จูบฉันสิม่านฝัน จูบเหมือนที่เธอจูบมัน”
ไกรศักดิ์เอ่ยอย่างเย้ยหยัน ก่อนเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือไปแตะแก้มเธอเบา ๆ
“อยากรู้จริง ๆ ว่าไอ้รามมาเห็นมันจะทำยังไง”
เธอกัดฟัน น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
“ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณรามเขาไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว เขาไม่ได้รักฉัน”
ไกรศักดิ์หัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบอย่างเย้ยหยัน
“อ๋อหรอ… ซื่อไปหน่อยหรือเปล่าม่านฝัน”
จังหวะนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออก!
“เธอทำบ้าอะไร!?”
จังหวะดีอีกแล้ว ดีก็บ้านะสิ
เสียงตะโกนของรามสูรดังขึ้น ม่านฝันหันไปมองเขาอย่างตกใจ เธอไม่รู้ว่าเขามาที่นี่ได้อย่างไร ใบหน้าของรามสูรเต็มไปด้วยความโกรธ ความผิดหวัง และความเกลียดชัง
“แม่งเอ้ย! ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้ว... ว่าเธอมันก็แค่ผู้หญิงที่พร้อมจะขายตัวให้คนที่เสนอราคาสูงกว่า!”
ให้ตายเถอะ ไม่รักแล้วยังมาดูถูกกันอีก
ม่านฝันกำมือแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงปวดร้าว
“ใช่ คุณก็รู้หนิว่าฉันชอบเงินแค่ไหน แล้วเรื่องของเรามันก็แค่ความสัมพันธ์จอมปลอมไม่ใช่รึไง”
“ปลอมงั้นเหรอ” รามสูรหัวเราะเยาะ “งั้นเธอคงดีใจมากสินะ ที่ได้มานอนกับมันแบบนี้อ่ะ?”
“เพียะ!!!”
เธอตบหน้าเขาสุดแรง น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด
“ใช่ แต่แล้วไง ฉันจะมานอนกับใครก็เรื่องของฉัน สิทธิ์ของฉัน!”
รามสูรเช็ดเลือดที่มุมปาก ก่อนเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา
“เลว? เธอแม่งโคตรน่าสมเพชที่สุด!”
เขาหันหลังเดินออกจากห้องไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าเธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา...
ปัจจุบัน ในรถของมาตรา
“ฝัน! ฝัน!”
ม่านฝันสะดุ้งจากภวังค์ เธอหันมองมาตราที่จับแขนเธอเบา ๆ
“เธอร้องไห้เหรอ... ฝัน เธอไหวไหมเนี่ย?”
ม่านฝันยกมือปาดน้ำตาบนใบหน้า พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“ฉันไหว...”
มาตราถอนหายใจยาว “คิดเรื่องในอดีตอีกแล้วใช่ไหม เธอต้องปล่อยอดีตไปได้แล้วนะ”
ถ้าเธอทำได้คงทำไปแล้ว
ม่านฝันไม่ตอบ เธอก้มลงมองราเชลที่หลับสนิทอยู่บนตัก ใช่... มันผ่านมาแล้วสี่ปี แต่ทำไม... มันยังเจ็บเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน?
‘ย้ายโรงพยาบาลราเชลดีไหมนะ อยากจะร้องไห้เป็นบ้าเลย’
วันถัดมา
ลานเด็กเล่นเล็ก ๆ หน้าหอผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาลเอกชน แดดอ่อนยามสายลอดผ่านต้นไม้ใหญ่ ให้ร่มเงาเย็นสบาย เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังเจื้อยแจ้ว
ราเชล เด็กน้อยวัยสี่ขวบกำลังเล่นวิ่งไล่จับกับเพื่อน ๆ ใบหน้ากลมแก้มแดงเรื่อ เธอยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตเปล่งประกายสดใสราวกับแสงอาทิตย์ที่ส่องสะท้อนใบไม้
‘ซนจังเลยน้าราเชล’
มาตรายืนพิงต้นไม้ไม่ไกลจากลานเด็กเล่น สายตาเฝ้ามองเด็กน้อยด้วยรอยยิ้ม ราเชลเหมือนเป็นแสงสว่างเล็ก ๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยความมืดของม่านฝัน
เด็กคนนี้เป็นตัวแทนของความหวัง ความไร้เดียงสา และความรักที่ไม่เจือปนสิ่งใด
แต่แล้ว…
"ตุ้บ!"
เสียงสะดุดดังขึ้นตามด้วยเสียงอุทานเล็ก ๆ ร่างเล็กของราเชลล้มกระแทกพื้นเต็มแรง!
"อ๊ะ!"
เด็กน้อยเสียหลักตัวเอนไปข้างหน้า หัวกำลังจะฟาดเข้ากับขอบม้านั่งหินอ่อนที่อยู่ใกล้ ๆ แต่ก่อนที่เหตุการณ์เลวร้ายจะเกิดขึ้น มือใหญ่คู่หนึ่งพุ่งเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ทันเวลา
“เฮ้ย!”
ฟึ่บ!
ราเชลถูกดึงเข้าสู่อ้อมแขนแกร่ง ก่อนที่ศีรษะเล็ก ๆ ของเธอจะกระแทกลงบนม้านั่ง
ร่างของเธอซบลงกับแผงอกแข็งแรง ขณะที่เสียงสะอื้นฮักดังขึ้น
"อุแง! ฮือออ!"
ราเชลตัวสั่นด้วยความตกใจ น้ำตาไหลพราก มือเล็ก ๆ กำเสื้อกาวน์ของชายหนุ่มแน่น
ยัยเด็กนี่อีกแล้ว
"เจ็บ!"
เสียงเล็ก ๆ พูดตะกุกตะกัก น้ำเสียงสะอื้นไห้ ขณะที่เธอยังคงซบหน้าลงกับอกของชายคนนั้น
ใบหน้าของรามสูรที่ก้มลงมามองเด็กน้อยเต็มไปด้วยความตะลึง
คงไม่คิดว่าฉันเป็นพ่ออีกแล้วใช่ไหมยัยเด็กแก่แดด
เขานิ่งงัน มองเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้ในอ้อมแขน ร่างของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ ความคิดในหัวตีกันวุ่นวาย
สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเด็กหญิงอย่างไม่อาจละสายตาไปได้
ทำไม... ยัยเด็กคนนี้ถึงหน้าตาคล้าย…ขนาดนี้?
คิ้วเรียว ดวงตากลมโตที่เปล่งประกาย แม้จะกำลังร้องไห้จ้า แต่เขาก็ยังเห็นความละม้ายที่ชวนให้หัวใจวูบโหวงในอก
แต่…ดวงตานั่น… ทำไมมันเหมือนอินทนิลนัก?
"ปะป๊า!"
เสียงเล็ก ๆ ของราเชลสะอื้นออกมา ทำให้รามสูรชะงักอีกครั้ง
"หนูเจ็บ... ปะป๊าเป่าให้หนูหน่อยได้ไหม!?"
พูดยังไม่ทันจะขาดคำ
คำเรียกนั้นทำให้เขาแทบหยุดหายใจ ดวงตาคมเบิกกว้าง เขายืนตัวแข็งทื่อไปชั่วครู่ ก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลับมาเย็นชาเหมือนเดิม
"ลุงบอกแล้วไงว่าลุงไม่ใช่พ่อของหนู"
น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นจนเด็กน้อยชะงักไป ใบหน้าของเขาที่เคยมองดูเธอด้วยแววตาสงสัยแปรเปลี่ยนเป็นความเย้ยหยัน ริมฝีปากกระตุกยิ้มบางที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
"เด็กบ้าอะไรมั่วนิ่มขนาดนี้?"
"หนูไม่ได้มั่วนะคะปะป๊า"
“ไม่ได้มั่วตรงไหน สรุปพ่อหนูชื่ออะไรบอกลุงมาสิ”
ราเชลกะพริบตาปริบ ๆ สบตากับเขา ใบหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความใสซื่อ แต่ในแววตาของชายหนุ่มกลับซ่อนบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังอ่านไม่ออก
“พ่อหนูชื่อ…”
"ราเชล!!!"
